You are here:   Home - ฮวงจุ้ยคลาสสิค ฮวงจุ้ย พลังชี่ปาจื้อ เกจิอาจารย์ > เกจิอาจารย์ > ประทีปธรรม คติ การแก้กรรม > การบวช ทำบุญแก้กรรม ตัดกรรมที่ทำแท้งเด็ก...ไม่ได้
ชะตากรรมนำชีวิต 2 ตอน..เมาบุญ
  ทุกสิ่งที่ไหลผ่านมาในชีวิต บาง...
มหัศจรรย์หิน "พิพิธภัณฑ์หินแปลก" แห่งแรกของไทย จ.ปทุมธานี
"พิพิธภัณฑ์หินแปลก" เป็นพิพิธภัณฑ์หินข...
การบวช ทำบุญแก้กรรม ตัดกรรมที่ทำแท้งเด็ก...ไม่ได้ PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย เถรกวาดลาน   
วันพฤหัสบดีที่ 02 ธันวาคม 2010 เวลา 16:07

ba2002เรื่องฮือฮาวิญญาณเด็ก 2002 ศพ ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา จนมีหลายคนอาศัยเกาะกระแสทำแท้ง สร้างงานอ้างจัดทำบุญ แก้กรรม ตัดกรรมทำแท้ง สร้างโอกาส สร้างชื่อ แบบปั่นกระแสหากินกับเด็กที่ตายแล้ว ชนิดร่วมด้วยช่วยกันรวย.. และหลายท่านที่รอลุ้นดูว่าเลขดังอาถรรพณ์จากศพทารก 2002 จะมีจริงหรือไม่จริง? ในที่สุดผลการออกสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดวันที่ 1 ธันวาคม 2553 ที่ประกาศออกมา ได้พิสูจน์แล้วว่าไม่มีอะไรเลย ล้วนเป็นอุปทานที่คิดกันไปเอง ทำให้เจ้ามือหวยรวยเละรับทรัพย์ไปเต็มๆ เรียบร้อย ส่งผลให้บรรดาเซียนหวยต้องคอตกกันเป็นแถว หลังจากหวยออก 752 และ 09 ไม่มีเลขเด็ดจากวัดไผ่เงินเฉียดแม้แต่น้อย


เรื่องข่าวพบศพทารกในวัดไผ่เงินที่มีจำนวนมากถึง 2002 ศพ
ทั้งๆ ที่ศพถูกยัดเก็บผ่านมาตั้ง 9 ปี แล้วตลอดเวลา 9 ปีกลับไม่มีใครพบเจอ หรือเห็นผีมาหลอกหลอนชาวบ้าน แต่พอมีข่าวออกสื่อ ออกทีวีกันเท่านั้นแหละ ก็อุปทานเห็นผีกันให้เต็มวัด ถ่ายรูปก็เห็นเป็นรูปเป็นร่าง ทั้งๆ ที่พวกเขายังไม่มีสิทธิ์ได้เป็นรูปเป็นร่างที่ชัดเจนเลย เซลล์ต่างๆ ก็ยังไม่สมบูรณ์ ถ้าจะเหี้ยนกันจริงๆ ทำไมต้องรอตั้ง 9 ปี และถ้ามีจริงวิญญาณตั้ง 2002 วิญญาณ เอาแค่ออกมาวิ่งเล่นกันก็แน่นวัดแล้ว ถ้าอยากมาเล่นจ๊ะเอ๋ทุกวันก็เบื่อหน้าแย่ ผีเด็กคงไม่อยู่เฉยหรอก คนเป็นๆ ยังซนยังกะลิง ตอนไม่มีข่าวก็เห็นเป็นปกติทุกวัน แหมเดี๋ยวเขาจะเอาไปสร้างเป็นหนังอีก นี่ไม่ยิ่งหลอกตัวเองเป็นตุเป็นตะเข้าไปอีกเหรอ สุดท้ายผีนะไม่หลอก แต่คนมันหลอกตัวเองซะจนกลัวไปแล้ว...เวร!
แทนที่จะกลัวบาปกลัวกรรมจะได้ไม่ทำ ไม่ต้องมานั่งตัดกรรม แต่ดันกลัว...ผี! 

เหมือนครั้งที่มีคนตายด้วยสึนามิ
ตอนมีข่าวก็เห็นวิญญาณกันเพียบ เดี๋ยวนี้ลืมแล้ว...ก็เฉยๆ เที่่ยวกันสนุกสนาน เพราะคิดเองจินตนาการเองทั้งนั้นแหละ คนที่เข้าใจเรื่องเกิดแก่เจ็บตายนี่ จะไม่ตื่นเต้นมีอุปทานอย่างที่เห็นที่เป็นในข่าวหรอก เพราะถ้าไม่เป็นเจ้ากรรมนายเวรกันและกันแล้ว ไม่เห็นได้ง่ายขนาดนั้นหรอก ยกเว้นพระพุทธเจ้าองค์เดียวที่ท่านเป็นสัพพัญญู(ทรงรู้แจ้ง) ต่อให้ว่าสแกนกรรมได้ก็ไม่มีสิทธิที่จะเห็นได้หมดทุกคนที่อยากจะให้สแกน...นะจะบอกให้ หรือต่อให้เก่งกาจปานว่ามีทิพพจักขุ(ตาทิพย์) มีตาเอ็กซเรย์ชนิดว่า ลืมตาแล้วเห็นคนตายเดินเต็มไปหมด อันนี้ก็มั่วนะ

ว่ากันจริงๆ ถ้าเห็นอย่างนี้เอียนตายเลย จะทำอะไร จะไปไหนดันมาเสนอหน้านั่งห้อมล้อมอยู่นี่ มิต้องคอยไล่เป็นแมลงวันเหรอครับ แล้วตกลงที่เห็นเนี่ยเป็นของใครกันแน่ สำหรับเรื่องที่ว่าจะเห็นไม่เห็นนี้ อธิบายและทำความเข้าใจอย่างง่ายๆ ว่า มันก็เหมือนกับชีวิตคนเรานี่แหละ ที่ไม่ได้จำเป็นต้องไปรู้จักใครเขากันหมดทุกคนที่มีอยู่ในโลกใบนี้ ที่ทักทายกันพูดคุยกันก็เพราะรู้จักกัน ที่ไม่รู้จักกันก็ต่างคนต่างอยู่ ผีหรือวิญญาณที่คุณกลัวกันก็ด้วยเหตุผลเดียวกัน ไม่รู้จักกัน ไม่เกี่ยวข้องกัน ก็ไม่มีสิทธิ์มาให้เห็นกันง่ายๆ ไม่มีสิทธิพิเศษเหนือกฎธรรมชาติหรอก นี่แหละที่เขาเรียกว่าเจ้ากรรมนายเวรกันที่ผูกเวรกันมา...มันต้องมีเหตุ เกิดขึ้นเองไม่ได้!  



baby1ดังนั้น คนที่ตายส่วนใหญ่ไม่รู้ตัวว่าตายหรอก เพราะไม่เคยเตรียมตัวตาย เหมือนอย่างเช่นพระอริยสงฆ์เจ้าที่่ท่านฝึกวิปัสสนากรรมฐาน กำหนดสติระลึกรู้ปัจจุบันขณะอยู่ตลอดเวลา แต่คนทั่วไปไม่เตรียมตัวตายและยังไม่อยากตายอีกด้วย นี่แหละพอตายจึงไม่รู้ว่าตาย ในทางพุทธศาสนาท่านจึงสอนให้มีสติ โดยเฉพาะเวลาใกล้จะตายจะได้มีจิตอันเป็นกุศล เพื่อจะได้ไปสู่ภพภูมิที่ดีไม่ไปสู่อบายภูมิ (ซึ่งต้องหมั่นฝึกจนชำนาญ ไม่ใช่ท่องจำด้วยปาก หรือจำด้วยสมอง เพราะเวลาที่ตายแล้วมันไม่มีปาก ไม่มีสมองเป็นตัวช่วย)


ในเรื่องนี้ก็มีตัวอย่างการจุติ(ไปเกิดใหม่) หลังจากที่ตายไปแล้ว อยู่ในพุทธประวัติเรื่อง "พระติสสะที่ก่อนตายจิตนึกถึงจีวรผืนใหม่ ตายแล้วจึงไปเกิดเป็นตัวเล็น เฝ้าจีวรอยู่ ๗ วัน" ดังนี้

"..ท่านติสสะ ท่านบวชในขณะพระพุทธองค์ยังมีพระชนมายุอยู่ ต่อมาวันหนึ่งท่านติสสะเห็นเพื่อนเขาห่มจีวรแพร ท่านก็อยากจะห่มจีวรเนื้อดีบ้าง ท่านติสสะมีจีวรอยู่ผืนหนึ่งแต่เป็นผ้าที่เนื้อหยาบ ท่านจึงนำไปให้พี่สาวช่วยทำให้ใหม่จนได้เป็นผ้าเนื้อนิ่ม มีเนื้อผ้าละเอียดดูสวยงาม แล้วนำมาให้พระติสสะน้องชาย

ในเวลานั้นพระติสสะป่วยหนักมาก จนไม่สามารถจะครองจีวรนี้ได้ แต่จิตใจก็มีความรู้สึกรักจีวรผืนนี้มาก ไม่นานนักไม่ทันได้ห่มจีวรท่านก็ถึงแก่ความตาย ก่อนจะตายจิตพระติสสะแทนที่จะนึกถึงพระรัตนตรัย จิตท่านหวนคิดถึงแต่จีวร แทนที่จะไปเกิดเป็นเทวดาบนสวรรค์ กลับต้องไปเกิดเป็นเล็นตัวเล็กๆ อาศัยอยู่ในตะเข็บของจีวรอยู่ ๗ วัน ซึ่งเมื่อพระติสสะตายแล้ว ก็ต้องจัดการว่าข้าวของพระติสสะให้เรียบร้อย รวมไปถึงการจัดเก็บจีวรของท่าน

พระพุทธเจ้าทรงรู้ด้วยสัมโพธิญาณ
ว่าพระติสสะนั้นบัดนี้ได้อุบัติเป็นตัวเล็นอาศัยอยู่ในจีวร ทรงบอกพระอานนท์ว่า "ไห้รีบไปที่กุฏิท่านติสสะ บอกพระทั้งหลายว่าจีวรผืนนั้นให้วางไว้ก่อน ภายใน 7 วันนี้ห้ามผู้ใดแตะต้องเด็ดขาด วันที่ 8 แล้วจึงแตะต้องได้" พระอานนท์กราบทูลถามพระพุทธเจ้าว่า "เป็นเพราะอะไร" พระองค์ตรัสว่า "พระติสสะก่อนที่จะตายมีจิตห่วงจีวร และมีความรักในจีวรผืนนี้มากเพราะเนื้อดีมาก ดีกว่าทุกผืนที่เคยมีอยู่ เธอตั้งใจจะครองผ้าผืนนี้ แต่ว่าโอกาสไม่มีมาตายเสียก่อน ก่อนจะตายจิตใจก็นึกถึงจีวรผืนนี้ ตายแล้วก็ต้องมาเกิดเป็นเล็นเฝ้าจีวรอยู่ 7 วัน" (เล็นมีอายุขัยแค่ 7 วัน หลังจากนั้นวันที่ 8 เล็นก็จะตาย) หลังจากที่พระพุทธองค์ได้ทรงห้ามมิให้ผู้ใดไปยุ่งจีวร เล็นติสสะเมื่อครบอายุขัยก็ตาย แล้วไปเกิดเป็นเทวดาบนสวรรค์ชั้นดุสิต"

นี่เป็นเรื่องของพระพุทธเจ้าตรัสไว้มีใน "ธรรมบท" ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันทางด้านจิตใจอย่างชัดเจน เมื่อจิตมุ่งอะไร ใจจะไปอย่างนั้นตามกำลังของใจเมื่อตายไปแล้ว นี่แหละสัญญาแห่งชาติภพ ที่มีกรรมเป็นที่พึ่งเป็นเครื่องอาศัยชักนำให้เป็นไป


baby2ดังนั้น เด็กทั้งหลายที่ตายลง
เพราะสังขารหรือร่างกายที่จะเป็นที่อาศัยได้ถูกทำลายลงแล้ว เขาก็ไม่ไปไหนหรอก เขาก็ยังอยู่รอกับพ่อแม่เขานั่นแหละ เพราะสัญญาที่นำมากำหนดให้เขาต้องมาเกิด ณ ที่นั่นที่นี่ ซึ่งในที่นี้ก็คือการตั้งท้องของหญิงผู้เป็นแม่เขา เมื่อเขาจะต้องเกิดแต่ไม่มีท้องแล้ว ถูกทำลายไปแล้วเขาก็ยังต้องวนเวียนอยู่กับแม่กับพ่อ แม้ไม่มีร่างกายตามภพภูมิ ก็ยังอยู่ตามสัญญาแห่งกรรมจนกว่าจะหมดวาระแห่งกรรมนั้น ไม่ได้มาขย่มต้นไม้ขอนมกินอยู่ในวัด เพราะมีแท็กซี่หรือมีรถรับส่งให้มารอรับบุญที่วัดจัดให้   


เด็กที่ตายไปแล้ว เขาอยู่ได้โดยกินบุญ หรือจะเรียกว่าใช้บุญของพ่อแม่เขาเอง นี่แหละที่ว่าทำไม?...ชีวิตคนทำแท้ง ถึงเจริญลง เจริญลง..ฮวบๆ ถึงบอกว่าแก้ยาก...เพราะชื่ออะไรก็ไม่รู้ เป็นใครมาจากไหน แม้แต่คนเราจะให้ของแก่ใคร จะยกมรดกให้ใครยังต้องระบุชื่อแซ่...ใช่ไหม!! นี่แหละที่เกจิอาจารย์เป็นห่วงเพื่อนๆ น้องๆ และทุกๆ ท่านว่า จะเจอคนช่วยตัดกรรม  หรือจะเจอคนช่วยกันยำ-ซ้ำเติมชีวิตคนให้ลำบากขึ้น...
 

ใครก็ทำพิธี...แก้กรรมนี้ก็ไม่ได้  ตัดกรรมให้...ก็ไม่ได้

 เพราะการทำแท้งเป็นกรรมปัจจุบัน ที่ทำขึ้นสร้างขึ้นด้วยตัวเอง ทางโลกก็ติดคุก ทุกข์ทรมานในใจ หลอกหลอนความรู้สึกในใจไปจนกว่าจะชดใช้หมด ถ้าพระองค์ไหนบอกว่าทำพิธีแล้วตัดกรรมได้ แก้กรรมได้ ก็อวดอุตตริ ผิดทั้งศีลและผิดวินัยสงฆ์ เพราะแค่จะลบล้างให้ออกไปจากความทรงจำ หรือความรู้สึกก็ทำไม่ได้ เพราะแม้แต่พระพุทธองค์ ก็ตัดกรรม หรือแก้กรรมให้ไม่ได้ มีปรากฎโดยย่อดังนี้

"ซึ่งเรื่องนี้ก็มีอยู่ในพุทธพระประวัติของพระพุทธองค์ ก่อนที่พระพุทธองค์จะปรินิพพาน ภายหลังจากเสวยอาหารของนายจุนทะแล้ว พระพุทธองค์ได้เกิดอาพาธ(ป่วย)อย่างรุนแรง มีทุกขเวทนาอย่างยิ่ง อันเกิดจากการประชวรลงพระโลหิต(เลือดไหลในลำไส้ไม่หยุด) ใกล้ปรินิพพาน พระพุทธองค์ได้กระหายน้ำอย่างมาก ซึ่งได้รับสั่งกับพระอานนท์ไปตักน้ำถึง 3 ครั้ง จึงจะได้น้ำมาดื่มดับกระหาย

เหตุที่เป็นดั่งนี้
ด้วยเพราะกรรมของพระพุทธองค์ที่ได้ทรงกระทำไว้ในกาลก่อน พระพุทธองค์ได้ตรัสเล่าว่า "ในกาลก่อน เราเคยเป็นนายโคบาล ต้อนฝูงโคไปเลี้ยง ได้เห็นแม่โคตัวหนึ่ง กำลังดื่มน้ำขุ่นมัวอยู่ จึงตรงเข้าไล่ขวางกั้นมันไว้ไม่ให้ได้ดื่มน้ำนั้น ด้วยผลแห่งกรรม(บาป)นั้น แม้ในภพสุดท้าย(ภพที่เป็นพระพุทธเจ้านี้เอง) เราต้องหิวกระหายน้ำ ไม่ได้ดื่มน้ำในเวลาที่ต้องการจะดื่ม ต้องเสียเวลาเนิ่นช้าอยู่"

ขนาดพระพุทธองค์ทรงยกตัวอย่างกรรมของพระองค์เป็นการยืนยัน ว่าพระองค์ก็ต้องชดใช้ไม่มีสิทธิพิเศษ พระโมคัลลาก็ต้องถูกทุบจนตายจากกรรมเก่า แม้พระุพุทธองค์ทรงรู้ด้วยญาณทัศนก็ไปก้าวล่วงกรรมไม่ได้ ด้วยเหตุนี้จึงเป็นสิ่งยืนยันว่าแม้แต่พระพุทธองค์ก็ตัดกรรมไม่ได้ หลีกเลี่ยงไม่ชดใช้ก็ไม่ได้ ท่านทั้งหลายจงไตร่ตรองดูเถิด ใครที่ว่าจะช่วยตัดกรรมได้...จะช่วยได้จริงหรือ? (แต่ตัดเงินให้ออกจากกระเป๋าล่ะได้ชัวร์) ดังนั้น กรรมอันใดที่ทำแล้ว เกิดแล้ว มีแล้ว ทุกอย่างจะดำเนินไปตามกฎแห่งกรรมที่ว่า 


"สัพเพ สัตตา กัมมัสสะกา กัมมะทายาทา กัมมะโยนิ กัมมะพันธุ กัมมะปะฎิสะระณา" แปลว่า
สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง มีกรรมเป็นของของตน มีกรรมเป็นผู้ให้ผล มีกรรมเป็นแดนเกิด มีกรรมเป็นผู้ติดตาม มีกรรมเป็นที่พึ่งที่อาศัย

 

baby3การทำแท้ง... จะแก้กรรม หรือตัดกรรม ได้ไหม?

แน่นอนว่าความเป็นจริง ...จะแก้กรรม หรือตัดกรรมไม่ได้   มันเป็นกฎแห่งกรรมที่ต้องเป็นไปตามผลแห่งกรรม ที่จะลบล้างสิ่งที่ทำไปแล้วไม่ได้ ทำแท้งเป็นกรรมปัจจุบันที่แม้แต่ทางโลกก็ต้องชดใช้ ถ้าจับมาได้ก็ต้องลงโทษฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา และได้รับผลพวงที่ตามมาคือโรคเวรโรคกรรม ที่ส่งผลให้ต้องทุกข์ทรมานกาย ต้องหาหมอกินยา รักษาแล้วแต่ไม่ยอมหาย  ด้านชะตาชีวิตต้องวุ่นวาย เดือดร้อน ประสบกับปัญหาและอุปสรรคต่างๆ อย่างไม่มีเหตุผล 

 

การทำบุญ ถวายสังฆทาน ฯลฯ ...ตัดกรรมได้ไหม?

ก็ไม่ได้มีไว้เพื่อตัดกรรมมาแต่ไหนแต่ไร แต่การทำบุญเป็นเรื่องที่ดี เป็นการสร้างสมบุญบารมี ยังงัยบุญที่สร้าง ที่ทำดีแล้วไม่เสียเปล่าแน่นอน ก็ต้องหมั่นสร้างสมเพื่อเป็นเหตุปัจจัยช่วยอุปถัมภ์ภพชาติที่มี ตราบที่ชีวิตยังต้องเวียนว่ายตายเกิด เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นธรรมะเบื้องต้นที่เริ่มเรียนรู้การปฎิบัติธรรมได้ง่ายๆ เพื่อให้ได้เรียนรู้ฝึกฝนจิตใจรู้จักการละ การแบ่งปัน การเสียสละ เป็นศรัทธาที่เกิดด้วยใจที่ละอายและเกรงกลัวต่อบาป ที่ตั้งใจจะกระทำจริงๆ เหมือนกับที่อริยสงฆ์ท่านสอนไว้ว่า "ดีคือดี ชั่วคือชั่ว" ไม่ใช่มาทำดีเพราะอยากดี มันต้องดีด้วยใจที่ปกติดี ไม่ใช่มาเสแสร้งวางมาดแกล้งทำดีเพื่อให้ดูเหมือนดี แต่ยังงัยก็ไม่ใช่ดี ดังนั้น การทำบุญก็เป็นอีกเรื่องในส่วนของบุญ บุญส่วนบุญ ใช้ลบล้างอะไรไม่ได้ ทำบุญแล้วมีความสุขกายสบายใจไม่ว่ากัน

 

การบวชเป็นพระภิกษุ... ตัดกรรมได้ไหม?

การจะหนีกรรมโดยการบวช หลบอยู่ในวัด เพื่อให้มีผ้าเหลืองห่มกาย หวังใช้ผ้าเหลืองเป็นเครื่องการันตีความดี เพื่อว่าใครได้รู้ ได้พบเห็นว่าเข้าวัดบวชแล้วจะเป็นคนดี...ยิ่งเข้าใจผิด เพราะดี-ชั่วอยู่ที่สันดาน ไม่ใช่มีผ้าเหลืองเป็นตัวชี้วัด...ดัชนีความดีให้ใคร ถ้าเราไม่ปิดหูปิดตาก็เห็นๆ กันอยู่ บวชเข้ามาเอาเปรียบชาวบ้านก็เยอะ บวชสร้างกระแสก็มี อย่างนี้คนทำชั่วสั่งให้ผู้หญิงไปทำแท้ง ฆ่าข่มขืนลูกชาวบ้านเสร็จ แล้วขอบวชให้เพื่อแก้กรรมที่ทำชั่วก็จบ กลายเป็นคนดี เป็นคนบริสุทธิ์ได้จริงหรือ? พระพุทธองค์ไม่มีสอนไว้เลย เป็นความมักง่ายของคน มันบาปตั้งแต่เริ่มบวชแล้วเพราะไม่ได้ตั้งใจมาบวชเรียน มาบวชเพื่อเบียดเบียนศาสนา ไม่มีความเกรงกลัว ไม่ละอายใจ เห็นพระพุทธศาสนาเป็นเพื่อนเล่น เป็นแค่สถานที่ชุบตัวซะนั่น  ต่อไปโจรมันคงปล้นทีบวชที คนนะช่างคิด คิดได้คิดเก่ง คิดเข้าข้างตัวเอง คิดไปเอง คิดไปเรื่อย แต่กฎแห่งกรรมเขาไม่ไ้ด้คิดอย่างคนคิดนะ แถมเจ๋ง...ถ้าตายแล้วยังใช้กรรมไม่หมด ไม่ครบถ้วน ไปเกิดใหม่จะหน้าใหม่ คนใหม่หรือเกิดเป็นสัตว์  เขาก็ตามไปเก็บดอกผลแห่งกรรมได้ถูก อย่านึกว่าตายแล้วเรื่องก็จบ...นะโยม

ที่หลายคนคิดว่าการบวช...จะเป็นทางออก
เพราะเชื่อว่าการบวชเป็นอานิสงส์ที่เป็นบุญใหญ่ ถ้าบวชแล้วจะได้บุญมาก แต่ลืมว่าอานิสงส์ที่จะเกิดขึ้นนี้ ไม่ใช่แค่มาได้ห่มผ้าเหลือง บุญจะเกิดขึ้นได้นั้นมาจากการปฎิบัติและเรียนรู้ในหลักธรรมของตัวผู้บวชเอง ไม่ใช่แค่ได้อาศัยนุ่งผ้าเหลืองเป็นเกราะกำบังเพื่อหนีเวรหนีกรรม หรืออาศัยผ้าเหลืองหลอกเงินชาวบ้าน หลอกให้งมงาย แอบอ้างพระศาสนาทำมาหากินกับบุญ จนบุญเป็นยาบ้าไม่ทำไม่ได้ กลัวไม่มีสวรรค์จะอยู่หลังความตาย ตกนรกทั้งใจทั้งกายตั้งแต่ยังไม่ตา ความสุขแค่ตอนที่มีชีวิตบนโลกนี้ยังไม่รู้จักหรือไม่มีเลย ที่บวชแล้วเป็นบาปเวรตกนรกอเวจีก็มีในพุทธประวัติ ไม่ใช่จะได้...บุญ ตล๊อด ตล๊อด นะโยม อย่าเห็นการบวชเป็นของเล่นไป  สิ่งใดมีคุณอนันต์ ก็ต้องมีโทษมหันต์...เป็นของคู่กัน


และถ้าเป็นดังว่าผู้หญิงก็เสียเปรียบสิ!
เพราะบวชไม่ได้
แล้วชนชาติอื่นล่ะ...ที่เขาไม่ไช่พุทธ เขาก็ไม่มีสิทธิตัดกรรมใช่ไหม?  ดังนั้น เจ้ากรรมนายเวรเขาไม่มี 2 มาตรฐานหรอก ไม่เช่นนั้นกรรมของทุกคนคงหมดไปแล้ว ทุกข์ทั้งหลายคงไม่มีแล้ว เพราะชาวพุทธทั้งบวชก็ได้ ทำบุญก็ได้ แถมขยันทำบุึญจนมีวิมานบุญ หรือคอนโดบุญลอยเต็มฟ้าไปหมด ทั้งๆ ที่หน้าตาของวิมานยังไม่เคยเห็นเลย ว่าจะเป็นแบบโมเดิร์นหรือไทยเดิม ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะไปยังงัย ที่สำคัญลอยอยู่ตรงไหน  ดูท่านติสสะ...ก่อนโยม! จะตายท่านคิดถึงจีวร จึงไปเกิดเป็นเล็นได้เพราะมีจุดหมายอยู่ที่จีวร ท่านติสสะจำจีวรได้ แล้วโยม...จำวิมานได้รึยัง? ตกลงว่าพระพุทธองค์สอนให้ระลึกถึงพระรัตนตรัย หรือวิมาน...ล่ะโยม? แค่ทำจิตเป็นสมาธิจริงๆ ยังยากเล๊ย! ฟังผู้นำบุญเขาเล่าว่า...ตล๊อด ตล๊อด ถามจริงๆ เคยเห็นเองจริงๆ ซักครั้งหรือยัง?(จะได้ไปถูกที่ เหมือนพระติสสะ) อย่างนี้นี่พวกฝรั่งหรือคนชาติอื่นตายไปแล้วก็เสียเปรียบสิ ตายแล้วคงต้องมาหาเช่าวิมานแน่เลย พี่ไทยเล่นสร้างรอให้เช่าไว้เพียบ แล้วเคยคิด เคยสงสัยไหมว่า...แล้วอย่างนี้พวกเพื่อนร่วมโลก ที่เขาไปเกิดเป็นฝรั่งหรือชนชาติอื่นๆ เขาก็จะไม่มีสิทธิขึ้นสวรรค์ มีวิมานได้หรือ? เข้าใจไหม...ว่าการทำบุญเป็นเรื่องของโลกียธรรม ก็เพื่อฝึกฝนขัดเกลาตนเองและเป็นบาทฐานก้าวไปสู่ปัญญา ให้เห็นโทษทุกข์ทั้งหลาย อันเป็นโลกุตตระธรรม เพื่อจะได้หลุดพ้นจากโทษภัยแห่งวัฎ 


 

baby5เรียนรู้การตัดกรรมปัจจุบันจาก... พระอรหันต์องคุลิมาล? 

ต้องบอกก่อนว่าไม่ได้ให้ไป..บวช นะครับแต่ให้เรียนรู้จากเรื่องกรรมและวิธีการปฎิบัติธรรมของท่านองคุลิมาล ที่ถูกอาจารย์หลอกลวงให้ต้องหลงผิดจนต้องไปฆ่าคน สุดท้ายก่อนที่จะเกิดเหตุทำปิตุฆาต ก็ได้พระพุทธองค์มาโปรด ด้วยเห็นว่าจะสำเร็จเป็นพระอรหันต์ แต่ท่านก็ต้องอดทนกับการปฎิบัติธรรมเพื่อให้บรรลุธรรม และชดใช้กรรมที่ก่อไว้ บิณฑบาตก็ไม่ได้ข้าวของ ต้องถูกทุบตีขว้างปาร่างกายเป็นประจำจนศีรษะแตกก็ทน แน่นอนคนธรรมดาคงถามตัวเองว่ายอมทำไม? อดทนทำไม? ทำแล้วมันจะดีขึ้นจริงหรือ? มันเป็นสิ่งที่ทำได้อยากที่จะฝืนโลก แต่ด้วยความเชื่อมั่นของจิตฝ่ายดีและมีศรัทธา  ที่ท่านสะสมไว้เดิมมีมากกว่า

ในครั้งนั้นพระพุทธองค์ทรงกล่าวกับองคุลิมาลว่า "ดูกร องคุลิมาล เธอจงอดกลั้นไว้เถิด เธอได้เสวยผลกรรมในชาตินี้แล้ว" และองคุลิมาลได้กล่าวรับคำว่า "ข้าพระองค์ยินดีและน้อมรับผลกรรมทั้งหลายที่เคยก่อ" ต้องผ่านการพิสูจน์และถูกทดสอบมากมาย กว่าที่จะบรรลุเป็นพระอรหันต์ได้...ด้วยตัวของท่านเอง

การตัดกรรมจะทำได้หรือไม่... อยู่ที่ตัวบุคคลที่ก่อให้เกิดขึ้นเอง ว่าสามารถจะทำได้เหมือนอย่างพระอรหันต์องคุลิมาลหรือไม่ และอย่าลืมว่าเหตุขององคุลิมาลทำผิด เพราะอาจารย์เป็นผู้สั่งสอนผิดๆ แต่การทำแท้งผิดเพราะตัวเอง โดยตัวเอง เพื่อตัวเอง ต่างเหตุต่างปัจจัย ที่เหมือนกันคือเป็นกรรมที่ต้องได้รับผลแห่งกรรม ปลูกข้าวก็ต้องได้ข้าว ปลูกบุญก็ต้องได้ผลบุญ ปลูกกรรมก็ต้องได้ผลกรรม นี่คือกฎแห่งกรรม   



"เกจิอาจารย์สร้างความคิด  คุณสร้างความเข้าใจ"
บทความนี้ไม่อยากเห็นใครสร้างความทุกข์ให้ตัวเองเพิ่มขึ้น ด้วยการใช้เงินทอง เสียเงินทองกับการแสวงหาวิธีแก้กรรม แม้่เป็นความหวังที่เสาะแสวงหา ก็พอเข้าใจอยู่แต่ความเป็นไปได้ไม่มี เพราะคุณลบความจริงที่บันทึกอยู่ในใจไม่ได้ ไม่อยากให้มีก็ไม่ได้ ให้หายไปจากใจก็ไม่ได้ ถ้าคุณดูและเอาอย่างองคุลิมาลมาเป็นหลักคิดข้อปฎิบัติ จะเห็นว่า ท่านหยุด...ที่จะก่อเวรสร้างกรรม! ท่านไม่ได้ใช้เงินทอง ไปวิ่งหาหมอผี เดียรถีตนใดมาล้างกรรมให้ ท่านใช้ตัวตนที่ก่อกรรมนั้น แก้กรรมด้วยตัวเองโดยปฎิบัติตามหลักธรรมของพระพุทธองค์ ที่สำคัญคุณต้องได้ครูอาจารย์ที่ดี ไม่พาเข้ารกเข้าพง จนต้องเสียเวลาที่มีค่าของชีวิต ไปกับการหลงเชื่ออาจารย์เลวๆ บางคน เฉกเช่นที่...องคุลิมาลเจอมา    
 
เถรกวาดลาน  1/12/2553
Kaejiarjan...truth difference

ขอขอบคุณภาพจาก :  www.thairath.co.th, www.kuteclub.com

∞ บทความที่เกี่ยวข้อง : การตัดกรรม แม้แต่พระพุทธองค์...ก็ตัดให้ไม่ได้

 
Tags : โหราศาสตร์, วิเคราะห์ดวงชะตา, ถอดรหัสกรรม, ประทีปธรรม, มหายุทธสยาม, Featured News, การแก้กรรมทำแท้ง, ข่าวสารต่างๆ 

ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ เพื่อความรู้ โดยต้องอ้างอิงแหล่งที่มาของเนื้อหา และขอสงวนลิขสิทธิ์ หากนำไปใช้เพื่อธุรกิจ การค้า และห้ามแก้ไขดัดแปลงใดๆ อันเป็นการละเมิด


 

 

สนใจติดต่อ-สอบถาม พื้นที่โฆษณา ประชาสัมพันธ์ ได้ที่       info@kaejiarjan.com

Who's Online

เรามี 227 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

            KjClub

บทความ ข้อเขียน ที่มีในเว็บเกจิอาจารย์ ขอสงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 หากนำไปดัดแปลง ทำซ้ำ เพื่อประโยชน์ทางธุรกิจการค้า