You are here:   Home - ฮวงจุ้ยคลาสสิค ฮวงจุ้ย พลังชี่ปาจื้อ เกจิอาจารย์ > เกจิอาจารย์ > เกจิพระเครื่อง วัตถุมงคล > พระปิดตา หลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ ที่เช่าหาแพงที่สุด
พระปิดตา หลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ ที่เช่าหาแพงที่สุด PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย เซียนเจ๋ง   
วันจันทร์ที่ 19 มีนาคม 2012 เวลา 08:46

kaew2หลวงพ่อแก้ววัดเครือวัลย์ นับเป็นสุดยอดพระเกจิอาจารย์ที่สร้างพระปิดตาที่มีพุทธคุณในทาง เมตตามหาเสน่ห์ ที่มีราคาเช่าหาแพงที่สุด ซึ่งปัจจุบันนี้แพงกว่าสมเด็จวัดระฆังด้วยซ้ำแถมสุดยอดหายากและมีการทำปลอมกันมากที่สุด แต่เซียนพระทุกคนใฝ่หาอยากได้มาคุ้มครองสักองค์


พระปิดตาที่ถือกันว่าเป็นพระที่มีพุทธคุณทางมหาเสน่ห์และอุดมด้วยโภคทรัพย์นั้น เกจิอาจารย์ที่สร้างนั้นมีแรงบันดาลใจจาก ลักษณะของพระสังกัจจายน์ ที่มีพระกายอ้วนเตี้ยมีพุงป่องแต่โดดเด่น มองเห็นก็รู้ว่าเป็นพุทธสาวกองค์ไหน เมื่อสรุปแล้วจะเห็นว่าพุทธสาวกจำนวน ๘๐ องค์ พระเอตทัคคะ ๔๑ องค์นั้น มีเพียงพระสังกัจจายน์เท่านั้น ที่สร้างอย่างโดดเด่น 


คติการสร้างพระสังกัจจายน์นิยมการสร้างเพราะ

1. โชคลาภ และความอุดมสมบูรณ์ พระสังกัจจายน์ได้รับการยกย่อง ให้เป็นพระผู้อุดมด้วยโภคทรัพย์ และลาภสักการะเสมอด้วยพระสีวลี

2. สติปัญญา เนื่องเพราะพระสังกัจจายน์ได้รับการยกย่องจากองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า เป็นเลิศในทางอธิบายความพุทธภาษิต ท่านเป็นอรหันต์ผู้มีปฏิภาณเฉียบแหลม

3. ความงามและความมีเสน่ห์ เนื่องเพราะก่อนที่ท่านจะอธิษฐานจิต ให้รูปร่างเปลี่ยนแปลง พระสังกัจจายน์มีผิวดั่งทองคำและมีรูปงามละม้ายเหมือนพระพุทธเจ้า จนแม้แต่เทพยดา พรหม มนุษย์ทั้งปวงพากันรักใคร่ชื่นชม


ในตำนานพุทธสาวกทั้ง ๘๐ องค์ กล่าวว่า พระมหากัจจายน์ ท่านเป็นบุตรของพราหมณ์ตระกูลกัจจายน์ ผู้เป็นปุโรหิตของพระเจ้าจัณฑปัชโชตในกรุงอุชเชนี เดิมท่านชื่อว่า “กัญจนะ” เพราะมีรูปร่างลักษณะงามสง่า มีเสน่ห์แก่ผู้พบเห็น เมื่อเจริญวัยขึ้นได้เรียนจบไตรเพท คือคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาพราหมณ์ เมื่อบิดาถึงแก่กรรมแล้วได้ดำรงตำแหน่งปุโรหิตแทนบิดา

เมื่อพระบรมศาสดาตรัสรู้แล้ว เสด็จเที่ยวจาริกประกาศหลักธรรมคำสอนตามคามนิคมชนบทอยู่นั้น พระเจ้าจัณฑปัชโชตมีพระราชประสงค์ จะกราบทูลอาราธนาพระพุทธองค์เสด็จสู่นครอุชเชนีของพระองค์บ้าง จึงรับสั่งให้ปุโรหิตกัจจายน์ไปกราบทูลอาราธนา ท่านกัจจายน์ถือโอกาสกราบทูลลาเพื่ออุปสมบทด้วย เมื่อทรงอนุญาตแล้วจึงพร้อมด้วยบริวารติดตามอีก ๗ คน เดินทางไปเฝ้าพระบรมศาสดา เมื่อเดินทางไปถึงก็รับเข้าเฝ้า พระพุทธองค์ตรัสพระธรรมเทศนาให้ฟังและท่านทั้ง ๘ คนนั้น ก็ได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ แล้วกราบทูลขออุปสมบท พระพุทธองค์ทรงอนุญาตให้เป็นภิกษุด้วยวิธีเอหิภิกขุอุปสัมปทา เมื่อได้อุปสมบทแล้วได้กราบทูลอาราธนาพระบรมศาสดาเสด็จสู่นครอุชเชนี ตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้เดินทางมา แต่พระบรมศาสดารับสั่งให้ท่านไปเอง พระเจ้าจัณฑปัชโชต และชาวเมืองก็จะเกิดศรัทธาเหมือนกัน

พระมหากัจจายน์ จึงกราบทูลลาพระบรมศาสดาพาภิกษุบริวารอีก ๗ องค์นั้น เดินทางกลับสู่นครอุชเชนี ประกาศหลักธรรมคำสอนในพุทธศาสนาให้พระเจ้าจัณฑปัชโชตและชาวเมืองได้สดับรับฟัง เกิดศรัทธาเลื่อมใส ทำให้พระพุทธศาสนาแพร่กระจายทั่วนครอุชเชนีแล้ว ท่านก็ได้เดินทางกลับมาเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า นับจากนั้นมาพระสังกัจจายน์ก็เป็นผู้สรุปย่อคำสอนบอกแก่บรรดาสาวกทั้งหลาย ด้วยความพอใจอย่างยิ่งในคำย่อนั้น และยังเป็นผู้ทูลขอให้พระพุทธองค์บัญญัติแก้ไขพุทธบัญญัติบางประการ ปรากฏว่าเป็นที่พอพระทัยแก่องค์พระศาสดาเป็นอย่างมาก


  พระเถระแปลงร่าง  

ดังที่กล่าวมาในตอนต้นแล้วว่าพระมหากัจจายน์เถระ เป็นผู้มีรูปร่างสง่างามผิวเหลืองดุจทองคำสะอาดผ่องใส เป็นที่ต้องตาถูกใจแก่ผู้พบเห็นทั่วไป จนกระทั่งมีเหตุการณ์วิปริตเกิดขึ้นแก่บุตรเศรษฐี ชื่อว่า โสเรยยะ ขณะที่เขานั่งบนพาหนะกับสหายเพื่อไปอาบน้ำพร้อมกับบริวารทั้งหลาย เขาเห็นพระเถระกำลังยืนห่มจีวร เพื่อเข้าไปบิณฑบาตในเมืองแล้วเกิดความพอใจ ในดวงจิตคิดอกุศลขึ้นว่า “งามจริงหนอ พระเถระรูปนี้ น่าจะเป็นภริยาของเรา หรือไม่ก็ขอให้ภริยาของเรามีสีผิวกายเหมือนพระเถระนี้”

ด้วยอกุศลจิตคิดเพียงเท่านี้ทำให้เพศชายของเขาหายไป กลายเป็นเพศหญิงไปทั้งร่างให้เขาอับอายเป็นอย่างมาก และโดยที่ไม่มีใครรู้ เขารีบลงจากพาหนะนั้นแล้วเดินตามกองเกวียนพ่อค้าไปยังเมืองตักสิลา และได้เป็นภริยาของลูกชายเศรษฐีในเมืองนั้น อยู่ร่วมกันจนมีบุตร ๒ คน แต่เดิมทีที่เขาอยู่ในเมืองโสเรยยะนั้น เขาก็มีภริยาอยู่แล้วและมีบุตรด้วยกัน ๒ คน เช่นเดียวกัน

จึงปรากฏว่าเขาเป็นทั้งพ่อและแม่ หรือเป็นทั้งผัวและเมียในชาติเดียวกันนี้ ต่อมาพระมหากัจจายน์เถระ จาริกมายังเมืองตักสิลา โสเรยยะทราบแล้วจึงเล่าเรื่องราวของตนที่ผ่านมาให้สามีฟัง แล้วพากันไปกราบขอขมาโทษต่อพระเถระ เมื่อท่านทราบเรื่องโดยตลอดแล้วก็ยกโทษให้ และเพศหญิงก็หายไปเพศชายปรากฏขึ้นมาเหมือนเดิม เขาเกิดศรัทธาเลื่อมใสในพระเถระเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งเห็นว่าตนเองเป็นคนแปลกคือเป็นทั้งชายและหญิงในอัตภาพเดียวเท่านั้น และยังคิดว่าไม่ควรที่จะอยู่ครองเพศฆราวาสต่อไป จึงมอบบุตรทั้ง ๔ คนให้บิดามารดาเลี้ยงดูต่อไป ส่วนตนเองได้ขอบวชในสำนักพระเถระ และได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ ในกาลต่อมา


พระมหากัจจายน์ ผู้มีความละม้ายคล้ายพระศาสดา

kaewนอกจากเรื่องของโสเรยยะแล้ว ยังมีเรื่องที่พระภิกษุ เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เห็นพระเถระเดินมาแต่ไกลแล้วก็พากันกล่าวว่า “พระบรมศาสดาของพวกเราเสด็จมาแล้ว” แล้วพากันทำความเคารพกราบไหว้ ทั้งนี้ก็เพราะท่านมีรูปลักษณ์ละม้ายกับพระผู้มีพระภาคนั่นเอง พระเถระพิจารณาเห็นโทษเช่นนี้แล้ว จึงอธิษฐานจิตเนรมิตร่างกายของท่าน ให้เปลี่ยนแปลงผิดแปลกไปจากเดิม ร่างกายที่เคยสง่างามก็ย่นย่อต่ำเตี้ย ท้องป่อง หมดความสวยงามดังที่พุทธศาสนิกชนนิยมสร้างรูปท่านไว้เป็นที่สักการะบูชาในทุกวันนี้


ได้รับยกย่องในทางอธิบายความย่อให้พิสดาร

ครั้งหนึ่ง พระผู้มีพระภาคทรงแสดงภัทเทกรัตตสูตรแต่โดยย่อ แล้วเสด็จเข้าสู่พระวิหารที่ประทับ พระภิกษุทั้งหลายไม่ได้โอกาสเพื่อจะกราบทูลถามเนื้อความที่ตรัสไว้โดยย่อให้เข้าใจได้ จึงพากันเข้าไปหาพระมหากัจจายน์ กราบอาราธนาให้ท่านได้เมตตาอธิบายขยายความให้ฟัง พระเถระได้อธิบายขยายความย่อให้ฟังอย่างพิสดาร แล้วกล่าวแนะนำว่า

“ท่านผู้มีอายุ ข้าพเจ้าเข้าใจความหมายแห่งพระสูตรนี้ตามที่อธิบายมานี้ แต่ถ้าท่านทั้งหลายมีความต้องการจะทราบให้แน่ชัด ก็จงไปกราบทูลถามพระผู้มีพระภาค เมื่อพระองค์ทรงแก้อย่างไร ก็จงจำไว้อย่างนั้นเถิด”
พระภิกษุเหล่านั้นพากันลาพระเถระแล้ว เข้าไปกราบทูลเนื้อความที่พระมหากัจจายน์อธิบายไว้ให้พระพุทธองค์ทรงสดับ
พระผู้มีพระภาค ตรัสสรรเสริญพระเถระว่า “ภิกษุทั้งหลาย พระมหากัจจายน์ เป็นผู้มีปัญญา เนื้อความนั้นถ้าพวกเธอถามตถาคต แม้ตถาคตก็จะอธิบายอย่างนั้นเช่นกัน ขอพวกเธอจงจำเนื้อความนั้นไว้เถิด”

เมื่อครั้งพระพุทธองค์ประทับอยู่ ณ พระเชตะวันมหาวิหาร ทรงตั้งพระมหากัจจายน์ไว้ในตำแหน่งเอตทัคคะ เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายในฝ่ายผู้อธิบายเนื้อความย่อให้พิสดาร ท่านพระมหากัจจายน์เถระ ดำรงอายุสังขารโดยสมควรแก่กาลเวลาแล้วก็ดับขันธปรินิพพาน


จากคติความเชื่อนี้ จึงมีการจัดสร้างพระปิดตากันมานานตั้งแต่สมัยอยุธยา แต่ที่ถือกันว่าเป็นสุดยอดของพระปิดตาในพิภพนี้ คงไม่มีใครไม่รู้จักพระปิดตาของหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ จังหวัดชลบุรี เพราะหลวงพ่อแก้วท่านสร้างพระปิดตาขึ้นมาแล้ว มีพุทธคุณเหมือนพระมหากัจจายน์เถระทุกประการ ในปัจจุบันนี้ราคาเช่าหาพระปิดตาหลวงพ่อแก้วนั้นแพงกว่าสมเด็จวัดระฆังด้วยซ้ำไป อีกทั้งเป็นพระที่หายากมากและทำเก๊ได้ดี ชนิดปาดคอเซียนมาแล้ว และใครที่มีพระปิดตาหลวงพ่อแก้วไม่ว่าพิมพ์ใดล้วนหวงแหนเป็นอย่างมากอีกทั้งราคาก็อยู่ที่แปดหลักยังไม่มีใครอยากปล่อยเลย


kaew2


พุทธคุณของพระปิดตาหลวงพ่อแก้วนั้นเด่น ทางมหาเสน่ห์ เมตตามหานิยม โชคลาภ อุดมด้วยโภคทรัพย์สมบัติ ธนสารสมบัติ โดยเฉพาะทางอุดมมหาเสน่ห์ใครเห็นใครรัก โดยเฉพาะกับเพศตรงข้ามชะงักนัก แต่หลวงพ่อท่านสาบไว้ว่า “ถ้าได้มาเป็นเมียแล้วไม่เลี้ยงดู ทิ้งขว้าง ให้ตายแบบหมาข้างถนน” และที่ชะงักอีกอย่างคือตัดไม่ตายขายไม่ขาด เคยมีผู้ที่แขวนพระปิดตาหลวงพ่อแก้ว เกิดมีศัตรูขนาดสั่งให้มือปืนมายิงทิ้ง แต่พอมือปืนมาเห็นเข้าก็เปลี่ยนใจไม่อยากยิงนึกสงสารไม่อยากทำ


เรามารู้จักหลวงพ่อแก้วเกจิอาจารย์ ผู้เรืองกฤตยาคม ผู้สร้างสุดยอดพระปิดตากันสักหน่อยเถอะ หลวงพ่อแก้ว ท่านเป็นคนบางแก้ว อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ท่านเกิดเมื่อพ.ศ. 2337 ครอบครัวของท่านประกอบอาชีพชาวประมง บางท่านว่าท่านคงจะอุปสมบทที่วัดพระทรง สมัยเด็กท่านเป็นเด็กวัด ท่านเป็นผู้มีอุปนิสัยแตกต่างไปจากเด็กทั่วๆ ไป คือแทนที่ท่านจะเกเรหรือซุกซนตามวิสัยเด็กทั่วๆ ไป แต่ตรงกันข้ามท่านกลับมีความสงบเสงี่ยมเรียบร้อย มีเมตตากรุณา เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อเพื่อนๆ ตลอดจนสัตว์ต่างๆ ไม่ว่าสัตว์เล็กหรือสัตว์ใหญ่ที่อาศัยวัดเป็นอย่างดี


ประกอบด้วยท่านเป็นผู้มีความวิริยะอุตสาหะและมีสติปัญญาอันชาญฉลาด ในการเรียนรู้วิชาการต่างๆ จนเป็นที่รักใคร่ของอาจารย์ครูสอนเป็นอันมาก ทำให้สมภารเจ้าวัดเล็งเห็นว่า ถ้าเด็กคนนี้มีโอกาสบวชอยู่ในพระพุทธศาสนาแล้ว ต่อไปภายภาคหน้าจะเป็นกำลังอันสำคัญแก่พระศาสนามิใช่น้อย ด้วยเหตุนี้เองท่านสมภารเจ้าวัดจึงจัดแจงให้เด็กชายแก้ว ได้บรรพชาเป็นสามเณรแก้ว ตั้งแต่นั้นมาการบรรพชาอุปสมบท เมื่อท่านได้บรรพชาเป็นสามเณรแล้ว ท่านได้ตั้งใจศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัยจนมีความรู้ความสามารถเป็นอย่างดี ครั้นเมื่อมีอายุครบบวชแล้ว ท่านได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ อาศัยที่ท่านมีความเพียร ความอดทนเป็นที่ตั้งอยู่แล้ว


ท่านจึงมีความสนใจที่เข้ามาศึกษาบาลีไวยากรณ์ซึ่งตามภาษาโบราณ เรียกกันว่าเรียนหนังสือใหญ่ที่กรุงเทพฯ จนมีความรู้ความสามารถเป็นอย่างยิ่ง อาศัยความที่ท่านเป็นผู้มีคุณธรรมสูงมาตั้งแต่วัยเด็ก  ประกอบกับท่านได้ศึกษาหลักธรรมในพระพุทธศาสนาอย่างกว้างขวาง เมื่อมีวิชาความรู้พอที่จะแนะนำสั่งสอนผู้อื่นได้แล้ว ท่านจึงตั้งใจจะจาริกแสวงบุญเผยแพร่พระธรรม เพื่อประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความสุขและเพื่ออนุเคราะห์แก่สัตว์ทั้งหลายให้พ้นทุกข์เป็นอันมาก


ประมาณปี พ.ศ. 2364 ตรงกับรัชกาลที่สอง หลวงพ่อแก้วท่านได้ธุดงค์ผ่านมาทางภาคตะวันออก  และได้มาพักแรมอยู่ ณ สถานที่แห่งหนึ่งในตัวเมืองเมืองชลบุรีซึ่งในสมัยนั้น ยังเป็นป่ารกชัฏด้วยป่าไม้เบญจพรรณต่างๆ สาเหตุเนื่องมาจากสงครามเมื่อครั้งเสียกรุงในช่วงที่สมเด็จพระเจ้าตากสินทำการกู้อิสรภาพนั่นเอง วัดวาอารามต่างๆ ที่ถูกทำลายไม่ได้รับการปฏิสังขรณ์ ชาวบ้านที่อยู่ในถิ่นฐานนั้น ส่วนมากมีการศึกษาน้อยไม่มีวัดที่จะอบรมสั่งสอนกุลบุตรกุลธิดา จะเป็นด้วยวาสนาของชาวเมืองชลบุรีหรอกกระมังที่ทำให้ท่านธุดงค์ผ่านมา และด้วยเมตตาธรรมอันบริสุทธิ์ของท่านๆ จึงปักกลดอยู่ที่นั่น เพราะความน่าเลื่อมใสของท่าน ชาวบ้านในละแวกนั้นต่างก็นำอาหารมาทำบุญ อีกทั้งชาวบ้านก็นิยมหาของขลังไว้คุ้มครอง เมื่อเห็นพระรุกขมูลมาและมีวัตรปฏิบัติแปลกกว่าพระธุดงค์รูปอื่นก็เกิดความเลื่อมใส เข้าไปขอเครื่องรางของขลังกับท่าน ส่วนท่านเมื่อมีญาติโยมมาหาท่านก็เชื้อเชิญต้อนรับด้วยธัมมปฏิสันถาร เพราะท่านมีธรรมเป็นเครื่องให้
เมื่อญาติโยมในละแวกนั้นเกิดความเลื่อมใส ทำให้ท่านเริ่มบูรณะซากปรักหักพังของวัดร้างวัดหนึ่ง ด้วยได้รับความร่วมมือจากญาติโยมในละแวกนั้นเป็นอย่างดีจนพอใช้การได้แล้ว ท่านได้ตั้งชื่อว่า "วัดเครือวัลย์ " คงถือเอานิมิตที่มีเถาวัลย์ปกคลุมอยู่มากมายก็ได้


หลวงพ่อแก้ว ท่านเป็นพระที่มีคุณธรรมสูง มีเวทย์มนต์ คาถาขลังและศักดิ์สิทธิ์ ท่านตั้งอยู่ในพรหมวิหารธรรมคือมี   เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา เป็นภาคพื้นในจิตใจของท่าน จิตใจของท่านเปี่ยมไปด้วยความรัก และความสงสารในสัตว์โลก และยินดีเมื่อเขาได้ดี และวางใจเป็นกลางไม่ดีใจและไม่เสียใจเมื่อผู้อื่นถึงความวิบัติ อาศัยความที่ท่านเป็นผู้ที่มีเมตตาจิตสูงเช่นนี้ ท่านจึงสร้างพระเป็นรูปพระปิดตา เพราะพระปิดตาแบบนี้เป็นสัญลักษณ์แห่งการไม่ดูไม่มองอะไร คือไม่เพ่งโทษ และหาโทษผู้อื่น ตั้งความเมตตาและกรุณา เที่ยงตรงต่อมนุษย์และสัตว์อื่นเสมอกันหมด ดุจดังพื้นแผ่นดินที่มั่นคง ไม่ยินดียินร้ายในของหอม และของเหม็นที่พวกมนุษย์ทิ้งลงแผ่นดิน ฉะนั้นหลวงพ่อแก้ว ท่านวางจิตเป็นกลางไม่รักคนนี้ เกลียดคนนั้น หรือชังคนโน้น ไม่ปรารถนาให้ใครเดือดร้อนเพราะท่าน ท่านถือหลักว่า ใครใคร่ลาภจงได้ลาภ ใครใคร่บุญ จงได้บุญดังนี้


มวลสารของหลวงพ่อแก้วในการสร้างพระปิดตานั้น โดยปกติแล้วหลวงพ่อแก้วท่านเป็นผู้มีอุปนิสัยละเอียดรอบคอบ คือ ท่านได้เก็บรวบรวมเอาผงที่ลบอักขระเอาไว้ เพราะการสอนบาลีไวยากรณ์ต้องเขียนและลบตัวอักขระบนกระดานดำจริงๆ และนิยมกันว่าผงอักขระที่ลบจากการเรียนบาลี ไวยากรณ์เป็นอักขระขอมที่มีความขลังและศักดิ์สิทธิ์ จากนั้นท่านก็จะนำมาผสมกับผงทั้ง 5 อันได้แก่ ผงอิทธิเจ ผงปัตถมัง ผงตรีนิสิงเห ผงพระพุทธคุณ


เซียนเจ๋ง 18/8/2554

Kaejiarjan... Truth Difference

 

ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ เพื่อความรู้ โดยต้องอ้างอิงแหล่งที่มาของเนื้อหา และขอสงวนลิขสิทธิ์ หากนำไปใช้เพื่อธุรกิจ การค้า และห้ามแก้ไขดัดแปลงใดๆ อันเป็นการละเมิด


  

พื้นที่โฆษณา สนใจติดต่อ - สอบถาม ได้ที่  info@kaejiarjan.com

"ไข้แดด" โรคภัยอากาศร้อน แดดจัด อาการและวิธีแก้
ช่วงนี้บ้านเราอากาศร้อน และแดดร้อนแรงมาก จนทำให้ร่างกายมีอาการเพลียแดดไปตามๆ กัน แม้จะพยายามดื่มน้ำหรือเป่าลมกันแล้ว ดูเหมือนเจ้าความร้อนในร่าง...

Who's Online

เรามี 138 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

blog

  “ เกจิอาจารย์  สร้างความคิด  คุณสร้างความเข้าใจ ” 

ktoi

  AddFS

BanerCar2

  10  อันดับ  บทความ     ที่ได้รับความนิยม...มากที่สุด   

บทความ ข้อเขียน ที่มีในเว็บเกจิอาจารย์ ขอสงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 หากนำไปดัดแปลง ทำซ้ำ เพื่อประโยชน์ทางธุรกิจการค้า